วันศุกร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

thumbnail

อินเดียจวกมุขมนตรีถลุงงบ 26 ล้านซื้อทองตระการตาถวายวัด

วันที่ 24 ก.พ. เอเอฟพีรายงานกระแสประณามนายเค จันทรเสข ราโอ มุขมนตรีรัฐเตลังคานา ทางตอนใต้ของประเทศ หลังใช้งบประมาณสาธารณะ 750,000 ดอลลาร์ หรือกว่า 26 ล้านบาท เพื่อซื้อสร้อยคอทองคำลวดลายดอกบัว น้ำหนักเกือบ 15 กิโลกรัม และสร้อยคอประดับทองอีก 5 กิโลกรัม เป็นของขวัญมอบให้กับวัดฮินดูแห่งหนึ่งในพื้นที่รัฐเตลังคานา

สำนักมุขมนตรีของนายราโอระบุว่า นายราโอมอบของขวัญดังกล่าวให้กับวัดในนามรัฐบาลท้องถิ่น และประชาชนในรัฐเตลังคานาเพื่อแสดงความขอบคุณที่ทำให้คำอธิษฐานเป็นจริง หลังรัฐบาลจัดตั้งให้เมืองเตลังคานาซึ่งแยกออกจากรัฐอานธรประเทศ เป็นรัฐที่ 29 รัฐล่าสุดของอินเดีย เมื่อปี 2557
ขณะที่นักท่องอินเตอร์เน็ตในอินเดียแห่โพสต์ข้อความตำหนินายราโออย่างดุเดือด หลายคนเห็นตรงกันว่า นายราโอไม่เคยมีความยั้งใจที่จะใช้งบประมาณของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตัว

ทั้งนี้ นายราโอเพิ่งถูกวิจารณ์อย่างหนักเมื่อปีก่อน จากกรณีใช้งบประมาณราว 255 ล้านบาทปรับปรุงที่พำนัก รวมถึงติดตั้งกระจกกันกะสุนในห้องทำงาน ห้องน้ำ และห้องโถงสำหรับชมภาพยนตร์
thumbnail

นักเรียนสอบพูดภาษาจีน เล่นกันใหญ่มากแอคติงมาเต็ม ทำเอาคุณครูยังฮากลิ้ง


เพจ ผู้หญิงต้อง “Like” ได้โพสต์คลิปวีดีโอชั้นเรียนภาษาจีนของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง โดยนักเรียนที่สอบการสนทนาเป็นภาษาจีนนั้น แม่นางทั้งสองเล่นใหญ่มาก การแสดงแบบจัดเต็ม ทำเอาเหล่าซือนั่งฮากลิ้ง ไม่ได้เต็มไม่รู้ว่าไงแล้ว


thumbnail

คณะสงฆ์เชียงใหม่ยื่นหนังสือผู้ว่าฯจี้ “บิ๊กตู่” เลิกใช้ม.44 คุมธรรมกาย รอฟังคำตอบสัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 13.30. น วันที่ 24 ก.พ. ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ พระสงฆ์และสามเณรจำนวนมาก นำโดยพระเทพมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดท่าตอน (พระอารมหลวง) ตำบลท่าตอน อำเภอท่าตอน จังหวัดเชียงใหม่ และรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมประชาชนผู้สนับสนุนอีกจำนวนหนึ่ง รวมตัวเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้สั่งการยกเลิกการบังคับใช้ ม.44 ในการดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย เนื่องจากส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้นับถือศาสนาพุทธ และก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ดีในสายตาของอารยะชน
รวมทั้งขอให้มีการใช้วิธีการที่ละมุนละม่อมมากกว่านี้แทน โดยนายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว ซึ่งหลังจากนั้นทางกลุ่มพระสงฆ์ได้เดินทางกลับ พร้อมระบุว่าจะเดินทางกลับมารับฟังคำตอบอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
นายประพันธ์ คำจ้อย ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เบื้องต้นหลังจากที่ได้รับหนังสือดังกล่าวจากทางกลุ่มพระสงฆ์แล้วจะประสานดำเนินการให้ตามขั้นตอนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนผลตอบรับจะเป็นเช่นไรยังไม่สามารถบอกได้ ซึ่งหากทางกลุ่มพระสงฆ์จะกลับมารับฟังคำตอบอีกครั้งในสัปดาห์หน้าก็ย่อมสามารถทำได้
สำหรับความเคลื่อนไหวของวัดในจังหวัดเชียงใหม่ที่เป็นเครือข่ายของวัดพระธรรมกายนั้น วัดที่เป็นเครือข่ายจะมีวัดหลักๆ อยู่ที่อำเภอสันทราย และอำเภอฮอด ซึ่งจากการติดตามตรวจไม่พบว่ามีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่ผิดปกติ มีพระสงฆ์ปฏิบัติศาสนกิจตามปกติ
ที่มา:https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_231448

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

thumbnail

แค่ปล้น”ไอพ็อด” 2 โจ๋มะกันยิงหัวน.ร.หญิงม.3 จมกองเลือด


เมื่อวันที่ 23 ก.พ. เอเอฟพีรายงานคดีสะเทือนขวัญที่เมืองสมิธฟีลด์ รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา กรณีเด็กหญิงเดเซรี เทิร์นเนอร์ อายุ 14 ปี นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ของโรงเรียนสกายวิว หายตัวไปจากบ้าน ทำให้เพื่อนของครอบครัวออกตามหานานกว่า 6 ชั่วโมง ก่อนไปพบตัวอยู่ในสภาพนอนจมกองเลือดอยู่ในคูน้ำ ศีรษะมีแผลถูกยิงจากด้านหลังบาดเจ็บสาหัส

จากนั้นตำรวจนำกำลังออกตามล่าผู้ก่อเหตุ และสามารถจับกุมชายวันรุ่นได้ 2 คน ให้การรับสารภาพว่า หลอกเหยื่อไปยังจุดก่อเหตุโดยทำทีว่าจะขายมีดให้ แต่ความจริงต้องการใช้มีดฆ่าชิงทรัพย์เป็นเครื่องฟังเพลงไอพ็อด สมาร์ตโฟน และเงินสดอีก 55 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,000 บาท แต่เปลี่ยนใจใช้ปืนพกขนาด .22 ยิงเข้าที่ศีรษะเหยื่อแทน ทั้งยังเก็บปลอกกระสุนไว้เป็นที่ระลึก

คดีดังกล่าวสร้างความตื่นตกใจให้กับชาวเมืองสมิธฟีลด์อย่างมาก รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ระบุว่า ไม่เคยพบเจอคดีที่โหดเหี้ยมขนาดนี้มาก่อน
ขณะที่ด.ญ.ผู้เคราะห์ร้ายยังคงอยู่ในห้องไอซียู และทางครอบครัวระบุผ่านแถลงการณ์ว่า ยังคงสวดอ้อนวอนให้พระผู้เป็นเจ้าโปรดช่วยนำเทิร์นเนอร์กลับมา
ส่วนหนึ่งในคนร้ายเขียนจดหมายขอโทษถึงครอบครัวของเหยื่อ ว่าทำไปเพราะความโลภชั่วขณะ และตน “ขอโทษ ขอโทษจริงๆ”
ที่มา:https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_230022
thumbnail

แห่แก้บนหลักกิโลเมตรยักษ์วัดดังหลังสาวถูกหวย เชื่อหลวงพ่อสีชมพูให้โชคถูกกันยกหมู่บ้าน


เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่วัดเถรพลาย ต.วังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวได้รับทราบว่า จะมีชาวบ้านมารวมตัวแก้บนหลวงพ่อสีชมพู หลังถูกลอตเตอรี่กันเป็นจำนวนมาก กับเลขที่เสาหลักกิโลเมตรยักษ์จำลองภายในวัด ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าหลวงพ่อสีชมพูให้โชคลาภเลขเด็ด เมื่องวดที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัด พบว่ามีชาวบ้านจำนวนนับ 10 ราย แห่แก้บนหลวงพ่อสีชมพู โดยนำกลองยาวมารำแก้บนกว่า 9 รอบที่หลวงพ่อสีชมพู และบริเวณเสาหลักกิโลเมตรยักษ์จำลองภายในวัดริมแม่น้ำท่าจีน และยังนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองความยาวกว่า 9 เมตร มาแก้บนหลวงพ่อสีมชมพู จากนั้นก็นำไปคล้องให้เสาหลักกิโลเมตรยักษ์จำลอง ตามที่ได้บนบานไว้ตามความเชื่อ


น.ส.ดาว พลเสน ชาวบ้านอำเภอศรีประจันต์ เปิดเผยว่า ตนคือหนึ่งในผู้โชคดีเมื่อวันที่ 14 ก.พ. วันวาเลนไทน์ ที่ผ่านมา โดยตนมาไหว้พระขอพรหลวงพ่อสีชมพู จากนั้นก็เดินไปเที่ยวภายในวัดและถ่ายรูปเซลฟี่กับเสาหลักกิโลเมตรยักษ์ ที่ทางวัดจัดสร้างขึ้นให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูป ก่อนที่จะเหลือบไปเห็นเลข 14 ที่เสาหลักกิโลเมตรจำลอง


อีกทั้งยังได้ไปเสี่ยงเซียมซีที่หลวงพ่อสีชมพูก็ยังได้เลข 14 อีก จึงเดินมาซื้อลอตเตอรี่ที่มีคนนำมาขายภายในวัดปรากฏว่า ตนนั้นถูกเลขท้าย 14 จำนวนกว่า 10 คู่ ได้เงินเกือบ 2 หมื่นบาท วันนี้พอว่างจากงาน จึงชักชวนชาวบ้านและเพื่อนๆที่เป็นผู้ที่โชคดีมาร่วมกันแก้บนให้หลวงพ่อสีชมพู โดยว่าจ้างคณะกลองยาวจากโรงเรียนวัดเถรพลาย มาแห่แก้บนกว่า 9 รอบ และก็แห่มาไหว้หลวงพ่อสีชมพูที่ศาลา จากนั้นก็เอาพวงมาลัยดอกดาวเรือง ยาวกว่า 9 เมตร มาคล้องที่เสาหลักกิโลเมตร ทั้งนี้ยังได้เลี้ยงไอศกรีมนมเย็นสีชมพู และแจกกระเป๋าเงินสีชมพูให้แก่เด็กๆนักเรียนกว่า 100 คน ด้วย


ด้าน นางเรไร โพธิ์ศรี ชาวบ้านตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ กล่าวว่า เมื่องวดที่ผ่านมา ชาวบ้านในตำบลวังน้ำซับ อ.ศรีประจันต์ ถูกเลข 14 และเลข 166 ที่เสาหลักกิโลเมตรยักษ์จำลอง กันมาก อีกทั้งบางคนยังมาขอพรหลวงพ่อสีชมพูเพื่อขอโชคลาภ จึงทำให้ตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มีชาวบ้านทยอยกันมาแห่แก้บนที่วัดกันเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังรอในงวดต่อไป จะมาดูเลข ที่เสาหลักกิโลยักษ์จำลอง อีกหลายด้าน อาจโชคดีถูกหวยอีก เพราะที่ผ่านมามีชาวบ้านในละแวกนี้ถูกกันบ่อยมาก


ส่วนผู้โชคดีอีกราย คือนายวัชระนนท์ บุญเมือง อายุ 47 ปี ชาวตำบลสามโก้ จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนนั้นก็แวะเวียนมาไหว้พระที่วัดเถรพลายเป็นประจำ และเมื่อวันที่ 14 ก.พ. ที่ผ่านมา ก็ได้มาไหว้พระหลวงพ่อสีชมพู จากนั้นก็ขอพรจากหลวงพ่อให้มีโชคมีลาภ หลังจากนั้นตนก็ไปให้อาหารปลา และเดินขึ้นมาถ่ายรูปกับเสาหลักกิโลเมตรยักษ์ภายในวัด เห็นเลข 116 และเลข 14 จากนั้นก็ไปไหว้ขอพรเสี่ยงเซียมซี ก็ได้เลขนี้อีก ก็เลยไปซื้อลอตเตอรี่ ก็เลยถูกเลขท้าย 3 ตัวและ 2 ตัว เลข 116 และ 14 งวดที่ผ่านมา วันนี้ก็เลยมาร่วมแก้บนกับหลวงพ่อสีชมพูที่วัด พร้อมกับเพื่อนๆ ทั้งนี้ ยังมอบเงินส่วนหนึ่งกับทางวัดเพื่อร่วมทำบุญเอาไว้บูรณะวัดต่อไป

ที่มา:https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_226399
thumbnail

ผงะกลางหัวลำโพง! หญิงต่างชาติผูกคอตายในห้องน้ำรถไฟ พบที่แขนมีรอยเข็มแผลยังใหม่


วันที่ 23 ก.พ. ร.ต.อ.ณัฐดนัย ลอยคลัง รองสว. (สอบสวน) สน.รถไฟนพวงศ์ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตภายในห้องน้ำขบวนรถไฟ 52 กรุงเทพฯ-นครลำปาง โบกี้ที่ 10 ชานชาลาที่ 10 สถานีรถไฟหัวลำโพง ถนนหลวง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ ก่อนจะรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.รฟ. พฐ. นิติเวชรพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชานชาลาที่ 10 สถานีรถไฟหัวลำโพง พบศพหญิงสาวชาวต่างชาติ อายุประมาณ 25 ปี สวมเสื้อคลุมสีม่วงทับเสื้อสีเทา กางเกงเลสีเทา และรองเท้าแตะสีดำ ในสภาพผูกคอกับที่จับประตูห้องน้ำ อยู่ในลักษณะทิ้งตัวลงกับพื้น เป็นเหตุให้เสียชีวิต ใกล้กันพบกระเป๋าสะพายหลัง ภายในมีเครื่องสำอางค์ และอุปกรณ์แต่งหน้าสำหรับผู้หญิง อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

พล.ต.ต.สุรพงษ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่ารถไฟขบวนดังกล่าวออกมาจาก จ.ลำปางเวลาประมาณ 10.00 น.ของวันที่ 22 ก.พ. และมาถึงสถานีรถไฟหัวลำโพง กทม. เวลา 05.20 น. ก่อนที่ทุกคนจะลงจากรถขบวนดังกล่าว กระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ขึ้นไปทำความสะอาดบนรถไฟเพื่อเตรียมขบวนให้ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยัง จ.ลำปาง ในเวลา 13.30 น. ระหว่างเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดโบกี้อยู่นั้น พบว่าห้องน้ำในโบกี้ที่ 10 ถูกล็อคประตูจากด้านใน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่รถไฟมางัดประตูกว่า 30 นาที
เมื่อเปิดเข้าไปพบศพหญิงสาวต่างชาติ แพทย์ตรวจสอบร่างกายเบื้องต้น พบรอยเข็ม บริเวณข้อพับแขนข้างซ้าย 2-3 รอย ลักษณะเป็นรอยใหม่ เพราะยังมีเลือดซึมอยู่ ขณะที่ข้อมือด้านขวามีร่องรอยถูกของมีคมบาด และพบว่าในกระเป๋ากางเกงของผู้ตายมีแบงค์ดอลลาร์ จำนวน 1 ใบ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตายเอง

ด้านร.ต.อ.ณัฐดนัย กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำศพส่งไปชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดที่ รพ.ตำรวจ รวมทั้งตรวจสอบวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการพิษวิทยาเพื่อหาสารเสพติด และสารพิษในร่างกาย
พร้อมประสานไปยังกองทะเบียนอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบถามหาบุคคลสูญหาย ขณะเดียวกันทางชุดสืบสวนจะลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ต้นทางที่รถไฟเดินทางมา คือจากสถานีรถไฟ จ.ลำปาง และตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่รถไฟ เพื่อหาตั๋วรถไฟที่ผู้ตายซื้อเพื่อติดต่อหาญาติต่อไป

ที่มา;https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_230174
thumbnail

แชร์ว่อน หนุ่มอันตรายยืนสไลด์หนอน ล่อลวงเด็กประุถม กอดจูบ ทำอนาจาร (คลิป)


โลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากสมาชิกเฟซบุ๊ก Ken Kae ซึ่งได้นำคลิปวงจรปิดจากบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ทำให้เห็นภาพน่าตกใจ โดยพบว่า ชายคนหนึ่งได้ยืนช่วยตัวเองอยู่ข้างรถกระบะ จากนั้น เมื่อมีเด็กประถม 2 คนเดินผ่านมา ชายคนดังกล่าวทำลักษณะเหมือนเรียกให้ดูอะไรบางอย่าง เด็กจึงเดินเข้ามาดูที่บริเวณกระบะท้ายรถ ซึ่งชายคนนี้ตรงเข้าจับตัว ลูบหัว และหอม จากนั้น ได้เรียกเด็กเดินมาข้างรถ เหมือนจะให้ดูอะไรบางอย่าง และล็อกตัวเด็กหญิงคนหนึ่งไว้ มีการจับลูบตัว และกอดจากด้านหลัง จนสุดท้ายเด็กสะบัดหลุด และพยายามวิ่งหนีไป และพากันวิ่งย้อนกลับไปทางโรงเรียน ชายคนดังกล่าวจึงได้ขึ้นรถและขับออกไป
โดยผู้โพสต์ ได้ระบุว่า ” “ช่วยกันแชร์กันหน่อยนะครับ” กระทำอนาจาร ต่อหน้านักเรียน ท้องที่ สน.มีนบุรี √√คนร้ายมาจอดรถตรงทางเข้า ตลาดน้ำขวัญเรียมอ่ะ ไม่แน่ใจว่าตรงไหน แล้วลงมาจากรถ ทำอนาจารอย่างที่เห็น เหมือนน้องเด้กนักเรียนจะไปบอกครูอ่ะ ครูเลยมาดูกล้อง เลยเห็นภาพตามนี้เลย  บุคคลอันตราย ช่วยกันนะครับ”

ที่มา:https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_230255

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560

thumbnail

เผาตรงวันเกิด!! ‘มะปิน’เหยื่อฆ่าชิงไอโฟน เพื่อนตั้งเพจ-ชูป้ายไม่ให้ลดโทษ “ไอ้ต้อม”


จากกรณีสะเทือนขวัญ นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และอดีตพนักงานภาคพื้นสนามบิน ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงและปาดคอ เพื่อชิงโทรศัพท์มือถือไอโฟน บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ช่วงกลางดึกวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจจับกุมนายกิตติกร วิกาหะ หรือต้อม อายุ 26 ปี มือมีด และนายสุพัฒชัย จันทร์ศรี อายุ 25 ปี คนขี่จักรยานยนต์ โดยไอ้ต้อม ให้การอ้างถ้าไม่ต่อสู้ก็คงไม่ตาย เพราะไม่ได้ตั้งใจฆ่า


ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 12 ม.ค. ที่วัดกลางคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ครอบครัวของนายวศิน เหลืองแจ่ม หรือ มะปิน เหยื่อฆาตกรโหด ได้จัดพิธีฌาปนกิจศพนายวศิน ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า อีกทั้งวันนี้เป็นวันที่ตรงกับวันคล้าpวันเกิดของนายวศิน บรรยากาศภายในงานมีพระภิกษุจากวัดพระธรรมกายและศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายมาร่วมงานกว่า 2,000 คน รวมทั้งกลุ่มเพื่อนๆศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มาแสดงออกด้วยการชูป้ายกระดาษรูปมือถือค้อนและมีข้อความว่าคดีซ้ำ-ไร้สำนึกชั่วดี ไม่มีสิทธิลดโทษพร้อมทั้งได้ตั้งเพจ fight for mapin เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุดกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ฆ่านายวศิน เหลืองแจ่มอย่างโหดเหี้ยม


นายพรเทพ ตุ้มทอง แกนนำตั้งเพจ fight for mapin เปิดเผยว่าพวกเราเป็นเพื่อนของมะปิน ที่พวกเราออกมาในวันนี้เผื่อเรียกร้องข้อกฎหมาย เนื่องจากคดีของมะปิน เป็นที่ทราบกันว่าผู้ต้องหา ได้ก่อเหตุและเข้าคุกมาแล้วหลายครั้งและอยากให้คนร้ายที่ทำผิดซ้ำซากไม่ต้องมีการลดโทษไม่ว่าจะกรณีใดๆ โดยเฉพาะกรณีที่ร้ายแรงแบบนี้ พวกตนฝากถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ว่าเหตุการณ์แบบนี้ได้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแล้วพวกเราก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก โดยไม่มีการแก้ไขอะไรกันเลย พวกเราจึงตั้งเพจ fight for mapin ขึ้นมาเพื่อล่ารายชื่อบุคคลที่เห็นด้วยกับพวกเรา เมื่อได้รายชื่อมาแล้วก็จะได้นำรายชื่อทั้งหมดส่งให้กับสภาปฏิรูปประเทศ เพื่อแก้ไขกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีพี่ๆของนายวศิน ได้ออกมากล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้จับผู้ร้ายได้อย่างรวดเร็ว และขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้ความสนใจกับคดีที่เกิดขึ้นกับน้องของตนในทางนี้ด้วย


ที่มา:https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_180586
thumbnail

เผาตรงวันเกิด!! ‘มะปิน’เหยื่อฆ่าชิงไอโฟน เพื่อนตั้งเพจ-ชูป้ายไม่ให้ลดโทษ “ไอ้ต้อม”


จากกรณีสะเทือนขวัญ นายวศิน เหลืองแจ่ม อายุ 26 ปี บัณฑิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และอดีตพนักงานภาคพื้นสนามบิน ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงและปาดคอ เพื่อชิงโทรศัพท์มือถือไอโฟน บริเวณปากซอยสุคนธสวัสดิ์ 27 แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. ช่วงกลางดึกวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา ต่อมาตำรวจจับกุมนายกิตติกร วิกาหะ หรือต้อม อายุ 26 ปี มือมีด และนายสุพัฒชัย จันทร์ศรี อายุ 25 ปี คนขี่จักรยานยนต์ โดยไอ้ต้อม ให้การอ้างถ้าไม่ต่อสู้ก็คงไม่ตาย เพราะไม่ได้ตั้งใจฆ่า


ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 12 ม.ค. ที่วัดกลางคลองสาม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ครอบครัวของนายวศิน เหลืองแจ่ม หรือ มะปิน เหยื่อฆาตกรโหด ได้จัดพิธีฌาปนกิจศพนายวศิน ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า อีกทั้งวันนี้เป็นวันที่ตรงกับวันคล้าpวันเกิดของนายวศิน บรรยากาศภายในงานมีพระภิกษุจากวัดพระธรรมกายและศิษยานุศิษย์ของวัดพระธรรมกายมาร่วมงานกว่า 2,000 คน รวมทั้งกลุ่มเพื่อนๆศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มาแสดงออกด้วยการชูป้ายกระดาษรูปมือถือค้อนและมีข้อความว่าคดีซ้ำ-ไร้สำนึกชั่วดี ไม่มีสิทธิลดโทษพร้อมทั้งได้ตั้งเพจ fight for mapin เพื่อเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายขั้นสูงสุดกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ ฆ่านายวศิน เหลืองแจ่มอย่างโหดเหี้ยม


นายพรเทพ ตุ้มทอง แกนนำตั้งเพจ fight for mapin เปิดเผยว่าพวกเราเป็นเพื่อนของมะปิน ที่พวกเราออกมาในวันนี้เผื่อเรียกร้องข้อกฎหมาย เนื่องจากคดีของมะปิน เป็นที่ทราบกันว่าผู้ต้องหา ได้ก่อเหตุและเข้าคุกมาแล้วหลายครั้งและอยากให้คนร้ายที่ทำผิดซ้ำซากไม่ต้องมีการลดโทษไม่ว่าจะกรณีใดๆ โดยเฉพาะกรณีที่ร้ายแรงแบบนี้ พวกตนฝากถึงผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ว่าเหตุการณ์แบบนี้ได้เกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว และครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกแล้วพวกเราก็ไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก โดยไม่มีการแก้ไขอะไรกันเลย พวกเราจึงตั้งเพจ fight for mapin ขึ้นมาเพื่อล่ารายชื่อบุคคลที่เห็นด้วยกับพวกเรา เมื่อได้รายชื่อมาแล้วก็จะได้นำรายชื่อทั้งหมดส่งให้กับสภาปฏิรูปประเทศ เพื่อแก้ไขกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ยังมีพี่ๆของนายวศิน ได้ออกมากล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้จับผู้ร้ายได้อย่างรวดเร็ว และขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้ความสนใจกับคดีที่เกิดขึ้นกับน้องของตนในทางนี้ด้วย


ที่มา:https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_180586

About